ครีมกันแดดแบบกายภาพกับแบบเคมีต่างกันอย่างไร

ภาพกราฟิกประกอบบทความ ครีมกันแดดแบบกายภาพกับแบบเคมีต่างกันอย่างไร
เนื้อหาในบทความนี้
  1. ชื่อสองแบบนี้ดูจากอะไร
  2. ทั้งสองกลุ่มปกป้องผิวอย่างไร
  3. เนื้อสัมผัสต่างกันแน่นอนหรือไม่
  4. คำไหนบนฉลากช่วยบอกได้บ้าง

คำว่า “กายภาพ” และ “เคมี” ชวนให้จินตนาการว่าครีมสองแบบทำงานคนละทางโดยสิ้นเชิง แต่ภาพนั้นง่ายเกินไป เรื่องค่าปกป้องมีในหน้า SPF คืออะไร และรายละเอียดของสารมิเนอรัลอยู่ที่ Zinc Oxide และ Titanium Dioxide คืออะไร หน้านี้จะช่วยอ่านคำเรียกบนผลิตภัณฑ์และแยกความต่างที่พบได้จริง โดยไม่ต้องจำชื่อสารทุกชนิด

ชื่อสองแบบนี้ดูจากอะไร

แบบกายภาพหรือที่มักเรียกว่า มิเนอรัล อ้างถึงสารกรองรังสี UV ที่เป็นซิงก์ออกไซด์ (Zinc Oxide) ไทเทเนียมไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) หรือทั้งสองอย่าง หากฉลากระบุสารกรองรังสี UV ชื่ออื่นร่วมด้วย ผลิตภัณฑ์นั้นอาจเป็นสูตรผสม ไม่จำเป็นต้องจัดให้ลงในช่องใดช่องหนึ่งอย่างเคร่งครัด

แบบเคมีเป็นชื่อเรียกรวมของสารกรองรังสี UV หลายชนิดที่ไม่ใช่สารสองตัวข้างต้น แต่ละชนิดดูดซับรังสี UV ได้ต่างช่วงกัน ผู้ผลิตจึงอาจใช้มากกว่าหนึ่งชนิดเพื่อให้ได้การปกป้องตามที่ต้องการ คำว่า “เคมี” ในที่นี้เป็นชื่อแบ่งกลุ่ม ไม่ได้แปลว่าเป็นสิ่งสังเคราะห์ที่อันตรายกว่าโดยอัตโนมัติ เพราะสารทุกชนิดในผลิตภัณฑ์ก็เป็นสารเคมีในความหมายทางวิทยาศาสตร์

ทั้งสองกลุ่มปกป้องผิวอย่างไร

คำอธิบายที่ว่าแบบกายภาพ “สะท้อนแดด” ส่วนแบบเคมี “ดูดซับแดด” มีส่วนจริงแต่ไม่ครบ สารกรองรังสี UV แบบกายภาพก็ดูดซับรังสี UV เป็นส่วนสำคัญ และยังมีการกระเจิงหรือสะท้อนบางส่วน ขณะที่สารกรองแสงแบบเคมีทำงานโดยดูดซับรังสี UV เป็นหลัก ดังนั้นการแบ่งจากกริยาสองคำนี้อย่างเดียวอาจทำให้เข้าใจผิดว่าซิงก์ออกไซด์ไม่ดูดซับรังสีเลย

ไม่ว่าจัดอยู่ในกลุ่มไหน การปกป้องจริงเป็นผลจากผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ทั้งชนิดและสัดส่วนของสารกรองแสง การกระจายตัวในเนื้อครีม และผลการทดสอบของสูตร การเห็นชื่อซิงก์ออกไซด์เพียงชื่อเดียวจึงบอกค่า SPF ไม่ได้ เช่นเดียวกับการเห็นชื่อสารกรองแสงแบบเคมีหนึ่งตัวก็ยังบอกไม่ได้ว่าครีมนั้นปกป้อง UVA ครบเพียงใด รายละเอียดของตัวเลขนี้อยู่ในหน้า SPF ที่ลิงก์ไว้ข้างต้น

เนื้อสัมผัสต่างกันแน่นอนหรือไม่

สูตรมิเนอรัลบางชิ้นอาจทิ้งคราบขาวหรือเห็นผิววอก โดยเฉพาะเมื่อทาปริมาณมากหรือบนผิวสีเข้ม แต่ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดเท่ากันทุกสูตร ปัจจัยอย่างขนาดอนุภาค การกระจายตัว สีของผลิตภัณฑ์ และส่วนผสมอื่นล้วนมีผล สูตรแบบเคมีหลายชิ้นอาจดูใสกว่าเมื่อทา แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะเบาสบายหรือไม่ระคายเคืองเสมอไป

ความรู้สึกบนผิวเป็นเรื่องของสูตรทั้งหมดมากกว่าชื่อกลุ่มอย่างเดียว ครีมกันแดดแบบกายภาพอาจเป็นเนื้อเจลบางเบา หรือเป็นครีมค่อนข้างหนักได้ แบบเคมีก็อาจเหนอะหรือแห้งตึงได้เช่นกัน หากมีการแสบหรือผื่นหลังใช้ ไม่ควรสรุปทันทีว่าสารกรองแสงกลุ่มนั้นทั้งหมดเป็นสาเหตุ เพราะน้ำหอม ตัวทำละลาย และส่วนผสมอื่นในสูตรก็อาจเกี่ยวข้อง

คำไหนบนฉลากช่วยบอกได้บ้าง

คำว่า “มิเนอรัล” มักชี้ไปที่ซิงก์ออกไซด์หรือไทเทเนียมไดออกไซด์ ส่วน “ไฮบริด” มักหมายถึงสูตรที่ใช้สารกรองแสงข้ามสองกลุ่ม แต่คำบนหน้าบรรจุภัณฑ์เป็นเพียงคำอธิบายเบื้องต้น หากต้องการรู้ว่าสูตรใดมีสารกรองแสงอะไร ให้ดูรายการส่วนผสมและข้อมูลของผลิตภัณฑ์นั้นประกอบ ไม่จำเป็นต้องอนุมานจากคำโฆษณาว่า “ธรรมชาติ” หรือ “ไร้สารเคมี”

ค่า SPF และข้อมูลการปกป้อง UVA บนฉลากตอบอีกคำถามหนึ่ง คือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปผ่านการระบุการปกป้องอย่างไร ไม่ใช่ชื่อของกลุ่มสารกรองแสง จึงไม่ควรใช้คำว่าแบบกายภาพหรือแบบเคมีแทนการอ่านค่าการปกป้อง และไม่มีสูตรใดกันรังสี UV ได้ทั้งหมด

สรุปแล้ว สองแบบนี้แยกกันตามชนิดสารกรองรังสี UV และอาจมีสูตรผสมอยู่ระหว่างกลาง กลไกไม่ได้ตรงข้ามกันแบบสะท้อนกับดูดซับล้วน ๆ เนื้อสัมผัสและค่าการปกป้องต้องดูที่ผลิตภัณฑ์จริง ชื่อกลุ่มอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะจัดอันดับว่าแบบไหนดีกว่าสำหรับทุกคน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. American Academy of Dermatology — Sunscreen FAQs