Water resistant บนครีมกันแดดหมายความว่าอะไร

ภาพกราฟิกประกอบบทความ Water resistant บนครีมกันแดดหมายความว่าอะไร
เนื้อหาในบทความนี้
  1. Water resistant ไม่เหมือน Waterproof
  2. การทนน้ำเกี่ยวข้องกับ SPF อย่างไร
  3. แล้วเหงื่อล่ะ
  4. ทำไมครีมกันแดดถึงหลุดออกได้
  5. Water resistant ไม่ได้ทำให้ SPF สูงขึ้น
  6. คำว่า Water resistant มีประโยชน์เมื่อไร
  7. หลังลงน้ำหรือเช็ดตัว คำว่า Water resistant ยังรับประกันอยู่หรือไม่

Water resistant ไม่เหมือน Waterproof

ในภาษาทั่วไป คำว่า waterproof อาจทำให้นึกถึงสิ่งของที่น้ำไม่สามารถผ่านได้ แต่ครีมกันแดดเป็นฟิล์มผลิตภัณฑ์ที่อยู่บนผิวและสามารถถูกน้ำ เหงื่อ การถู หรือการเช็ดออกไปได้

ดังนั้นคำว่า Water resistant จึงสื่อถึง “ความทนต่อน้ำภายใต้เงื่อนไขหนึ่ง” มากกว่าความหมายว่า “น้ำไม่มีผลกับผลิตภัณฑ์เลย”

การเห็นคำนี้บนฉลากจึงไม่ควรถูกตีความว่าเมื่อทาตอนเช้าแล้วจะสามารถลงน้ำหลายครั้งโดยไม่ต้องสนใจผลิตภัณฑ์อีกตลอดวัน

การทนน้ำเกี่ยวข้องกับ SPF อย่างไร

SPF หรือ Sun Protection Factor เป็นค่าที่ได้จากการทดสอบการปกป้องจากการไหม้แดด โดยเกี่ยวข้องกับรังสี UVB เป็นหลัก

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างเรื่องการทนน้ำ จะมีการประเมินว่าการปกป้องยังคงอยู่หลังผลิตภัณฑ์ผ่านขั้นตอนสัมผัสน้ำตามวิธีทดสอบที่กำหนดหรือไม่

ในบางตลาด ฉลากอาจระบุระยะเวลาการทนน้ำที่ผ่านการทดสอบไว้ด้วย ดังนั้นควรอ่านรายละเอียดบนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นโดยตรงแทนการสมมติว่าคำว่า Water resistant หมายถึงระยะเวลาเดียวกันทุกผลิตภัณฑ์

และเช่นเดียวกับ SPF ตัวเลขหรือข้อความเกี่ยวกับการทนน้ำไม่ควรถูกตีความเป็นคำรับประกันว่าผิวจะได้รับการปกป้องสมบูรณ์ตลอดช่วงเวลานั้นในสถานการณ์จริงทุกแบบ

แล้วเหงื่อล่ะ

คำว่า Water resistant ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์จะทนต่อเหงื่อและการเสียดสีได้ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ

แม้น้ำและเหงื่อจะทำให้ฟิล์มของผลิตภัณฑ์บนผิวเปลี่ยนแปลงได้เหมือนกันในบางด้าน แต่สถานการณ์จริงมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การเช็ดหน้า การใช้ผ้าขนหนู การสัมผัสเสื้อผ้า หรือการถูผิว

ดังนั้นคำว่า “ทนน้ำ” ไม่ควรถูกขยายความเป็น “กันเหงื่อทั้งวัน” หากฉลากไม่ได้ให้ข้อมูลเช่นนั้น

ทำไมครีมกันแดดถึงหลุดออกได้

เมื่อครีมกันแดดถูกทาบนผิว ผลิตภัณฑ์จะก่อตัวเป็นชั้นหรือฟิล์มบาง ๆ ที่มีสารกรองรังสี UV กระจายอยู่

เมื่อเวลาผ่านไป ฟิล์มนี้อาจเปลี่ยนแปลงจากหลายปัจจัย ไม่ใช่เพียงน้ำเท่านั้น เช่น เหงื่อ น้ำทะเล น้ำในสระ การเช็ดด้วยผ้า การสัมผัสมือ เสื้อผ้า หรือการเคลื่อนไหวของผิว

หากผลิตภัณฑ์บางส่วนถูกเคลื่อนหรือหลุดออก ความสม่ำเสมอของชั้นกันแดดบนผิวก็อาจลดลง

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการทนน้ำจึงเป็นคุณสมบัติที่มีขอบเขต ไม่ใช่คุณสมบัติถาวร

Water resistant ไม่ได้ทำให้ SPF สูงขึ้น

Water resistant กับ SPF เป็นข้อมูลคนละเรื่องกัน

SPF บอกข้อมูลเกี่ยวกับระดับการปกป้องจากการไหม้แดดตามการทดสอบ ขณะที่ Water resistant บอกข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการคงการปกป้องหลังสัมผัสน้ำตามเงื่อนไขการทดสอบ

ผลิตภัณฑ์ที่ทนน้ำไม่ได้หมายความว่าจะมี SPF สูงกว่าโดยอัตโนมัติ และผลิตภัณฑ์ที่มี SPF สูงก็ไม่ได้หมายความว่าจะทนน้ำหากไม่มีการกล่าวอ้างและการทดสอบในเรื่องนี้

ในทำนองเดียวกัน หากต้องการทราบเรื่องการปกป้อง UVA ก็ต้องดูข้อมูลอื่นบนฉลาก เช่น PA หรือคำกล่าวอ้างเรื่อง broad spectrum ตามระบบที่ผลิตภัณฑ์นั้นใช้

คำว่า Water resistant มีประโยชน์เมื่อไร

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ในการทำความเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบและทดสอบให้รับมือกับการสัมผัสน้ำในระดับหนึ่ง

จึงเป็นข้อมูลที่มักถูกนำมาพิจารณาเมื่อผลิตภัณฑ์อาจต้องสัมผัสน้ำ เช่น กิจกรรมทางน้ำ หรือสถานการณ์ที่มีเหงื่อ

แต่ไม่ควรใช้คำว่า Water resistant เพียงอย่างเดียวเพื่อตัดสินว่าผลิตภัณฑ์เหมาะกับทุกกิจกรรมหรือจะคงอยู่บนผิวได้นานเท่ากันในทุกสถานการณ์

รายละเอียดบนฉลากยังสำคัญ เพราะวิธีการกล่าวอ้างและข้อกำหนดอาจแตกต่างกันตามตลาดและกฎระเบียบที่ผลิตภัณฑ์จำหน่ายอยู่

หลังลงน้ำหรือเช็ดตัว คำว่า Water resistant ยังรับประกันอยู่หรือไม่

ไม่ควรมองว่าเป็นการรับประกันแบบต่อเนื่องไม่จำกัด

การเช็ดด้วยผ้าขนหนู การถูผิว หรือการอยู่ในน้ำนานกว่าที่ผลิตภัณฑ์ถูกทดสอบอาจทำให้ชั้นกันแดดบนผิวลดลงได้

ฉลากของผลิตภัณฑ์จึงมักมีคำแนะนำเกี่ยวกับการทาซ้ำหลังว่ายน้ำ เหงื่อออกมาก หรือเช็ดตัว ซึ่งควรอ่านตามข้อมูลของผลิตภัณฑ์นั้น ไม่ควรใช้ความเข้าใจว่า “ทนน้ำ” แทนคำแนะนำทั้งหมด

สรุปแล้ว Water resistant หมายถึงครีมกันแดดมีความสามารถในการคงการปกป้องหลังสัมผัสน้ำภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ ไม่ได้หมายความว่ากันน้ำได้ทั้งวัน ไม่ได้หมายความว่าจะไม่หลุดเมื่อเช็ดหรือถูผิว และไม่ควรถูกตีความว่าทนเหงื่อได้ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ