เนื้อหาในบทความนี้
Water resistant ไม่เหมือน Waterproof
ในภาษาทั่วไป คำว่า waterproof อาจทำให้นึกถึงสิ่งของที่น้ำไม่สามารถผ่านได้ แต่ครีมกันแดดเป็นฟิล์มผลิตภัณฑ์ที่อยู่บนผิวและสามารถถูกน้ำ เหงื่อ การถู หรือการเช็ดออกไปได้
ดังนั้นคำว่า Water resistant จึงสื่อถึง “ความทนต่อน้ำภายใต้เงื่อนไขหนึ่ง” มากกว่าความหมายว่า “น้ำไม่มีผลกับผลิตภัณฑ์เลย”
การเห็นคำนี้บนฉลากจึงไม่ควรถูกตีความว่าเมื่อทาตอนเช้าแล้วจะสามารถลงน้ำหลายครั้งโดยไม่ต้องสนใจผลิตภัณฑ์อีกตลอดวัน
การทนน้ำเกี่ยวข้องกับ SPF อย่างไร
SPF หรือ Sun Protection Factor เป็นค่าที่ได้จากการทดสอบการปกป้องจากการไหม้แดด โดยเกี่ยวข้องกับรังสี UVB เป็นหลัก
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างเรื่องการทนน้ำ จะมีการประเมินว่าการปกป้องยังคงอยู่หลังผลิตภัณฑ์ผ่านขั้นตอนสัมผัสน้ำตามวิธีทดสอบที่กำหนดหรือไม่
ในบางตลาด ฉลากอาจระบุระยะเวลาการทนน้ำที่ผ่านการทดสอบไว้ด้วย ดังนั้นควรอ่านรายละเอียดบนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นโดยตรงแทนการสมมติว่าคำว่า Water resistant หมายถึงระยะเวลาเดียวกันทุกผลิตภัณฑ์
และเช่นเดียวกับ SPF ตัวเลขหรือข้อความเกี่ยวกับการทนน้ำไม่ควรถูกตีความเป็นคำรับประกันว่าผิวจะได้รับการปกป้องสมบูรณ์ตลอดช่วงเวลานั้นในสถานการณ์จริงทุกแบบ
แล้วเหงื่อล่ะ
คำว่า Water resistant ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์จะทนต่อเหงื่อและการเสียดสีได้ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ
แม้น้ำและเหงื่อจะทำให้ฟิล์มของผลิตภัณฑ์บนผิวเปลี่ยนแปลงได้เหมือนกันในบางด้าน แต่สถานการณ์จริงมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การเช็ดหน้า การใช้ผ้าขนหนู การสัมผัสเสื้อผ้า หรือการถูผิว
ดังนั้นคำว่า “ทนน้ำ” ไม่ควรถูกขยายความเป็น “กันเหงื่อทั้งวัน” หากฉลากไม่ได้ให้ข้อมูลเช่นนั้น
ทำไมครีมกันแดดถึงหลุดออกได้
เมื่อครีมกันแดดถูกทาบนผิว ผลิตภัณฑ์จะก่อตัวเป็นชั้นหรือฟิล์มบาง ๆ ที่มีสารกรองรังสี UV กระจายอยู่
เมื่อเวลาผ่านไป ฟิล์มนี้อาจเปลี่ยนแปลงจากหลายปัจจัย ไม่ใช่เพียงน้ำเท่านั้น เช่น เหงื่อ น้ำทะเล น้ำในสระ การเช็ดด้วยผ้า การสัมผัสมือ เสื้อผ้า หรือการเคลื่อนไหวของผิว
หากผลิตภัณฑ์บางส่วนถูกเคลื่อนหรือหลุดออก ความสม่ำเสมอของชั้นกันแดดบนผิวก็อาจลดลง
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการทนน้ำจึงเป็นคุณสมบัติที่มีขอบเขต ไม่ใช่คุณสมบัติถาวร
Water resistant ไม่ได้ทำให้ SPF สูงขึ้น
Water resistant กับ SPF เป็นข้อมูลคนละเรื่องกัน
SPF บอกข้อมูลเกี่ยวกับระดับการปกป้องจากการไหม้แดดตามการทดสอบ ขณะที่ Water resistant บอกข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการคงการปกป้องหลังสัมผัสน้ำตามเงื่อนไขการทดสอบ
ผลิตภัณฑ์ที่ทนน้ำไม่ได้หมายความว่าจะมี SPF สูงกว่าโดยอัตโนมัติ และผลิตภัณฑ์ที่มี SPF สูงก็ไม่ได้หมายความว่าจะทนน้ำหากไม่มีการกล่าวอ้างและการทดสอบในเรื่องนี้
ในทำนองเดียวกัน หากต้องการทราบเรื่องการปกป้อง UVA ก็ต้องดูข้อมูลอื่นบนฉลาก เช่น PA หรือคำกล่าวอ้างเรื่อง broad spectrum ตามระบบที่ผลิตภัณฑ์นั้นใช้
คำว่า Water resistant มีประโยชน์เมื่อไร
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ในการทำความเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบและทดสอบให้รับมือกับการสัมผัสน้ำในระดับหนึ่ง
จึงเป็นข้อมูลที่มักถูกนำมาพิจารณาเมื่อผลิตภัณฑ์อาจต้องสัมผัสน้ำ เช่น กิจกรรมทางน้ำ หรือสถานการณ์ที่มีเหงื่อ
แต่ไม่ควรใช้คำว่า Water resistant เพียงอย่างเดียวเพื่อตัดสินว่าผลิตภัณฑ์เหมาะกับทุกกิจกรรมหรือจะคงอยู่บนผิวได้นานเท่ากันในทุกสถานการณ์
รายละเอียดบนฉลากยังสำคัญ เพราะวิธีการกล่าวอ้างและข้อกำหนดอาจแตกต่างกันตามตลาดและกฎระเบียบที่ผลิตภัณฑ์จำหน่ายอยู่
หลังลงน้ำหรือเช็ดตัว คำว่า Water resistant ยังรับประกันอยู่หรือไม่
ไม่ควรมองว่าเป็นการรับประกันแบบต่อเนื่องไม่จำกัด
การเช็ดด้วยผ้าขนหนู การถูผิว หรือการอยู่ในน้ำนานกว่าที่ผลิตภัณฑ์ถูกทดสอบอาจทำให้ชั้นกันแดดบนผิวลดลงได้
ฉลากของผลิตภัณฑ์จึงมักมีคำแนะนำเกี่ยวกับการทาซ้ำหลังว่ายน้ำ เหงื่อออกมาก หรือเช็ดตัว ซึ่งควรอ่านตามข้อมูลของผลิตภัณฑ์นั้น ไม่ควรใช้ความเข้าใจว่า “ทนน้ำ” แทนคำแนะนำทั้งหมด
สรุปแล้ว Water resistant หมายถึงครีมกันแดดมีความสามารถในการคงการปกป้องหลังสัมผัสน้ำภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ ไม่ได้หมายความว่ากันน้ำได้ทั้งวัน ไม่ได้หมายความว่าจะไม่หลุดเมื่อเช็ดหรือถูผิว และไม่ควรถูกตีความว่าทนเหงื่อได้ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ
