ครีมกันแดดแบบมีสีคืออะไร

ภาพกราฟิกประกอบบทความ ครีมกันแดดแบบมีสีคืออะไร
เนื้อหาในบทความนี้
  1. สีที่อยู่ในกันแดดมีไว้ทำอะไร
  2. เม็ดสีกับแสงที่มองเห็นได้เกี่ยวข้องกันอย่างไร
  3. กันแดดมีสีต่างจากเครื่องสำอางที่ระบุ SPF อย่างไร
  4. สิ่งที่ไม่ควรอนุมานจากคำว่า “มีสี”

คำว่า “มีสี” บอกคุณสมบัติด้านหน้าตาของผลิตภัณฑ์ ไม่ได้บอกว่าสูตรเป็นกันแดดแบบกายภาพ/มิเนอรัลหรือแบบเคมี กันแดดแบบมีสีอาจใช้สารกรองรังสี UV กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือใช้หลายกลุ่มร่วมกันก็ได้ ส่วนสีอาจมาจากเม็ดสีอย่าง iron oxides ซึ่งทำหน้าที่ต่างจากสารกรองรังสี UV หลัก การแยกสองเรื่องนี้ทำให้เข้าใจฉลากได้ตรงกว่า

สีที่อยู่ในกันแดดมีไว้ทำอะไร

เหตุผลที่พบได้บ่อยคือช่วยปรับสีเนื้อผลิตภัณฑ์ให้ดูเข้ากับผิว กันแดดบางชนิด โดยเฉพาะสูตรที่ใช้สารกรองรังสี UV บางแบบ อาจทิ้งคราบขาวหรือสีเทาบนผิว การเติมสีช่วยลดการเห็นคราบได้ในบางสูตร ทั้งนี้เฉดสีที่เข้ากับคนหนึ่งอาจไม่เข้ากับอีกคน และคำว่า “มีสี” ไม่ได้หมายความว่าจะปกปิดได้เท่ารองพื้นทุกตัว

กันแดดแบบมีสีมีได้ตั้งแต่สีอ่อนมากจนถึงสีที่มองเห็นชัด บางสูตรปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอเพียงเล็กน้อย บางสูตรให้ความปกปิดมากกว่า ความแตกต่างเรื่องความปกปิดเป็นเรื่องของลักษณะผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ตัวเลขแทนประสิทธิภาพกันแดด ถ้าสีเข้มกว่า ไม่ได้แปลว่ามี SPF สูงกว่า และถ้าสีบางมาก ก็ไม่ได้แปลว่ากันแดดไม่ได้

เม็ดสีกับแสงที่มองเห็นได้เกี่ยวข้องกันอย่างไร

แสงแดดมีทั้งรังสีอัลตราไวโอเลตหรือ UV และแสงที่ตามองเห็นได้ SPF เป็นค่าที่เกี่ยวกับการป้องกันผิวไหม้แดดภายใต้การทดสอบ จึงไม่ใช่คะแนนรวมของการป้องกันแสงทุกช่วง ส่วนคำว่า broad spectrum หมายถึงการปกป้องทั้ง UVA และ UVB ไม่ได้เป็นค่าบอกการป้องกันแสงที่มองเห็นได้โดยตรง

เม็ดสี iron oxides หรือเหล็กออกไซด์ในกันแดดมีสีบางสูตรช่วยลดผลของแสงที่มองเห็นได้ต่อการเกิดสีผิวเข้มขึ้น งานศึกษาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้มักพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีผิวหรือภาวะรอยดำในกลุ่มที่ศึกษา จึงควรเลี่ยงการขยายความว่าเม็ดสีทุกชนิด ทุกปริมาณ และทุกสูตรป้องกันแสงที่มองเห็นได้เท่ากัน หรือรับประกันว่าจะไม่มีรอยดำ

เรื่องนี้ยังต่างจากการพูดว่าแสงที่มองเห็นได้เป็นสิ่งเดียวกับ UV การมี iron oxides ไม่ทำให้ค่า SPF สูงขึ้นโดยอัตโนมัติ และค่า SPF สูงก็ไม่ได้บอกเองว่ามีการป้องกันแสงที่มองเห็นได้ดีเพียงใด หากต้องการเข้าใจข้อมูลบนฉลาก ให้แยกหน้าที่ของสารกรอง UV กับหน้าที่ของเม็ดสี ไม่รวมคำทั้งหมดเป็นตัวเลขเดียว

กันแดดมีสีต่างจากเครื่องสำอางที่ระบุ SPF อย่างไร

ผลิตภัณฑ์ที่มีสีและตัวเลข SPF อาจมีหน้าตาคล้ายกันมาก เช่น กันแดดมีสี ผลิตภัณฑ์ปรับสีผิว หรือเครื่องสำอางสำหรับผิวหน้า แต่ชื่อประเภทและความปกปิดไม่ใช่เครื่องยืนยันว่าใช้แล้วจะได้รับการปกป้องเท่ากัน สิ่งสำคัญคือข้อมูลที่ผลิตภัณฑ์ระบุ และปริมาณที่ใช้จริงเมื่อเทียบกับเงื่อนไขการทดสอบของค่า SPF

หากทาผลิตภัณฑ์บางมากเพื่อให้สีดูพอดีหรือปกปิดเฉพาะบางจุด ปริมาณที่ทาจริงอาจไม่เท่ากับปริมาณที่ใช้ทดสอบค่า SPF บนฉลาก จึงไม่ควรนำตัวเลข SPF จากเครื่องสำอางหรือกันแดดมีสีไปบวกกับ SPF ของอีกชิ้นแบบเลขคณิต แล้วคิดว่าเป็นค่าการปกป้องใหม่ ความหนาและความสม่ำเสมอของชั้นผลิตภัณฑ์มีผลต่อการได้รับการปกป้องจริง

ส่วนคำว่ากันน้ำหรือทนน้ำ ถ้ามีการระบุไว้ ก็เป็นอีกข้อมูลหนึ่งของสูตร ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะใส่สี กันแดดมีสีบางสูตรทนน้ำ บางสูตรไม่ได้ระบุ เรื่องนี้อ่านจากฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น ไม่เดาจากสีหรือเนื้อสัมผัส การมีสีจึงเพิ่มมิติเรื่องเฉดและเม็ดสี แต่ไม่แทนข้อมูลการใช้และการปกป้องพื้นฐาน

สิ่งที่ไม่ควรอนุมานจากคำว่า “มีสี”

คำนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นกันแดดแบบกายภาพเสมอ ไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับทุกสีผิว และไม่ได้รับรองว่าจะไม่ระคายเคือง สีที่ดูใกล้ผิวเมื่อเกลี่ยบนมืออาจดูต่างเมื่อทาจริงบนใบหน้า เพราะสีผิว แสง และปริมาณที่ทาเปลี่ยนภาพที่เห็นได้ อีกทั้งการมีเม็ดสีไม่ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์กลายเป็นการรักษารอยดำ

สรุปสั้น ๆ กันแดดแบบมีสีคือกันแดดที่เพิ่มเม็ดสีเพื่อให้เกิดเฉดบนผิว บางสูตรที่มี iron oxides ยังมีประเด็นการลดผลจากแสงที่มองเห็นได้ แต่การป้องกัน UV ยังต้องดูข้อมูล SPF และการปกป้อง UVA/UVB ตามฉลาก สี สูตรสารกรอง UV ความปกปิด และผลบนผิวจริงเป็นข้อมูลคนละด้านที่ควรอ่านแยกกัน