วิธีอ่านส่วนผสมบนฉลากแบบคร่าว ๆ

ภาพกราฟิกประกอบบทความ วิธีอ่านส่วนผสมบนฉลากแบบคร่าว ๆ
เนื้อหาในบทความนี้
  1. เริ่มจากหาช่องรายชื่อส่วนผสม
  2. ชื่อที่คุ้นอยู่ท้ายรายการแปลว่าไม่ดีหรือเปล่า
  3. ทำไมชื่อบนฉลากอ่านยาก
  4. อ่านทั้งฉลาก ไม่ใช่ดูแต่ส่วนผสม

ชื่อส่วนผสมอาจเป็นภาษาอังกฤษหรือชื่อทางวิชาการยาว ๆ แม้ข้อความอื่นบนฉลากจะเป็นภาษาไทย นั่นไม่ได้แปลว่าต้องอ่านออกทุกคำก่อนถึงจะเข้าใจฉลากได้ จุดเริ่มต้นที่ง่ายกว่าคือรู้ว่ากำลังดูรายการประเภทไหน และข้อมูลแต่ละส่วนช่วยตอบคำถามอะไร

เริ่มจากหาช่องรายชื่อส่วนผสม

ด้านหน้ากล่องมักมีชื่อผลิตภัณฑ์และข้อความอธิบายจุดเด่น ส่วนรายชื่อส่วนผสมมักอยู่ด้านหลัง ด้านข้าง หรือบนบรรจุภัณฑ์ที่มากับผลิตภัณฑ์ ลองมองหาคำว่า “ส่วนประกอบ” “ส่วนผสม” หรือ “Ingredients” ก่อน แล้วแยกรายการนี้ออกจากข้อความโฆษณาที่พิมพ์ตัวใหญ่กว่า

เมื่อเจอรายการแล้ว ให้อ่านจากซ้ายไปขวาหรือจากบนลงล่างตามที่ฉลากพิมพ์ ชื่อที่อยู่ต้นรายการโดยทั่วไปเป็นสารที่ใช้ในปริมาณมากกว่าชื่อที่อยู่ถัดไป แต่ ส่วนผสมที่มีปริมาณน้อยบริเวณท้ายรายการอาจไม่เรียงจากมากไปน้อยอย่างเคร่งครัด จึงใช้ลำดับเพื่อดูภาพรวมมากกว่าจะเปรียบเทียบสารสองตัวที่อยู่ท้าย ๆ กัน

หลักเรียงลำดับนี้ช่วยให้เห็นภาพรวม แต่ไม่ควรใช้เดาปริมาณเป็นตัวเลขจากตำแหน่งเพียงอย่างเดียว รายการบอกไม่ได้ว่า A มีอยู่กี่เปอร์เซ็นต์ หรือ A มากกว่า B อยู่เท่าไร ชื่อสองตัวที่อยู่ติดกันอาจมีปริมาณใกล้กันหรือห่างกันก็ได้ ผู้อ่านจึงไม่จำเป็นต้องพยายามถอดสูตรจากฉลาก

ชื่อที่คุ้นอยู่ท้ายรายการแปลว่าไม่ดีหรือเปล่า

ไม่จำเป็น ตำแหน่งท้ายรายการบอกได้เพียงว่าส่วนผสมนั้นอยู่ในปริมาณน้อยกว่าส่วนผสมหลายตัวที่มาก่อนหน้า ปริมาณมากไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอ และปริมาณน้อยก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีบทบาท หน้าที่ของสารแต่ละชนิดต่างกัน และผลที่ได้ขึ้นอยู่กับสูตรทั้งหมด ไม่ใช่การนำชื่อหนึ่งชื่อมาตัดสินลำพัง

ในทำนองเดียวกัน การเห็นชื่อที่กำลังเป็นกระแสอยู่ต้นรายการก็ยังไม่พอจะบอกว่าผลิตภัณฑ์จะให้ผลอย่างไร ชื่อส่วนผสมช่วยยืนยันว่ามีสารนั้นอยู่ในรายการ แต่ไม่ได้บอกว่าทุกคนใช้แล้วจะเห็นผลเหมือนกัน การอ่านฉลากจึงช่วยให้เข้าใจข้อมูลที่มีอยู่ โดยยังบอกคุณภาพของสูตรทั้งหมดไม่ได้

ทำไมชื่อบนฉลากอ่านยาก

รายชื่อส่วนผสมมักใช้ชื่อมาตรฐานของสาร จึงอาจไม่เหมือนคำที่พบในโฆษณาหรือคำที่คนใช้คุยกันทั่วไป บางชื่อเป็นคำยาว บางชื่อคล้ายกันแต่ไม่ใช่สารเดียวกัน การอ่านครั้งแรกแล้วไม่รู้จักทั้งหมดเป็นเรื่องปกติ ไม่จำเป็นต้องท่องจำรายการทั้งกล่อง

หากมีชื่อใดที่เคยได้รับคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงเพราะเคยมีปฏิกิริยาต่อสารนั้น การอ่านชื่อให้ตรงกันจึงมีประโยชน์ แต่หากยังไม่แน่ใจว่าสองชื่อหมายถึงสิ่งเดียวกันหรือไม่ ไม่ควรเดาจากคำที่หน้าตาคล้ายกันเพียงอย่างเดียว และการมีสารหนึ่งตัวในรายการก็ไม่ได้บอกด้วยตัวมันเองว่าจะเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองกับทุกคน

อ่านทั้งฉลาก ไม่ใช่ดูแต่ส่วนผสม

รายการส่วนผสมตอบคำถามว่า “มีอะไรอยู่ในผลิตภัณฑ์” ขณะที่ชื่อประเภทผลิตภัณฑ์ วิธีใช้ และคำเตือนตอบคนละคำถาม ก่อนอ่านรายชื่อยาว ๆ อาจเริ่มจากดูว่าผลิตภัณฑ์นั้นคืออะไร ใช้บริเวณไหน และมีคำเตือนบนฉลากหรือไม่ วิธีนี้ช่วยไม่ให้เข้าใจผิดว่ารายชื่อสารเพียงอย่างเดียวบอกวิธีใช้ทั้งหมด

สำหรับเครื่องสำอางที่ขายในไทย ฉลากควรมีข้อความภาษาไทยที่อ่านได้ชัดเจน และมีการแสดงชื่อส่วนผสมด้วย แม้ชื่อของสารในรายการอาจเป็นภาษาต่างประเทศ หากฉลากมีข้อความหลายภาษา ก็ให้แยกส่วนที่เป็นข้อมูลผลิตภัณฑ์ออกจากรายชื่อสาร ไม่ต้องคาดหวังว่าชื่อสารทุกตัวจะถูกแปลเป็นคำไทยที่คุ้นเคย หากต้องการเข้าใจเลขบนฉลาก อ่าน เลขจดแจ้งเครื่องสำอางคืออะไร เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ข้อกำหนดเรื่องฉลากเครื่องสำอาง
  2. คำแนะนำเรื่องฉลากเครื่องสำอางที่จำหน่ายในไทย