โลชั่นผิวกายกับครีมผิวกายต่างกันอย่างไร

ภาพกราฟิกประกอบบทความ โลชั่นผิวกายกับครีมผิวกายต่างกันอย่างไร
เนื้อหาในบทความนี้
  1. ทำไมโลชั่นจึงมักเบากว่าครีม
  2. ความข้นไม่ได้บอกว่าผลิตภัณฑ์ดีกว่า
  3. โลชั่นกับครีมทำงานกับผิวอย่างไร
  4. แล้วบอดี้บัตเตอร์ต่างจากครีมหรือไม่
  5. ผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่าโลชั่นอาจมีน้ำมันได้หรือไม่
  6. คำว่าโลชั่นในผลิตภัณฑ์บางประเทศอาจหมายถึงอย่างอื่น
  7. สรุป

คำว่า “มอยส์เจอไรเซอร์” เป็นคำเรียกตามหน้าที่ของผลิตภัณฑ์ ไม่ได้หมายถึงเนื้อแบบใดแบบหนึ่ง ดังนั้นโลชั่นก็เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ได้ และครีมก็เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ได้เช่นกัน

ผลิตภัณฑ์ทั้งสองประเภทมักประกอบด้วยน้ำ น้ำมัน สารดึงความชุ่มชื้น สารทำให้ผิวนุ่ม และส่วนผสมที่ช่วยให้สูตรคงตัวในสัดส่วนที่ต่างกัน

ความแตกต่างที่คนสังเกตได้ง่ายที่สุดจึงมักเป็นเรื่องความหนืด ความข้น ความลื่น และความรู้สึกหลังทา มากกว่าจะเป็นหน้าที่พื้นฐานที่แยกจากกันอย่างชัดเจน

ทำไมโลชั่นจึงมักเบากว่าครีม

โดยทั่วไปโลชั่นถูกออกแบบให้มีความหนืดต่ำกว่า ทำให้เทหรือปั๊มออกจากบรรจุภัณฑ์ได้ง่าย และกระจายบนพื้นที่ผิวกว้างได้สะดวก สูตรมักให้ความรู้สึกบางเบากว่าและทิ้งความเคลือบผิวน้อยกว่าครีมหลายชนิด

ครีมผิวกายมักมีความหนืดสูงกว่าและอาจมีสัดส่วนของส่วนผสมกลุ่มน้ำมัน ไข หรือสารทำให้ผิวนุ่มและเคลือบผิวในลักษณะที่ให้ความรู้สึกเข้มข้นกว่า

แต่คำว่า “มัก” มีความสำคัญ เพราะไม่มีข้อกำหนดง่าย ๆ ว่าโลชั่นต้องมีน้ำกี่เปอร์เซ็นต์ หรือครีมต้องมีน้ำมันกี่เปอร์เซ็นต์จึงจะใช้ชื่อนั้นได้

จึงสามารถพบโลชั่นที่ค่อนข้างข้นและครีมที่ให้ความรู้สึกเบาได้เช่นกัน

ความข้นไม่ได้บอกว่าผลิตภัณฑ์ดีกว่า

ครีมที่ข้นกว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่าโลชั่นเสมอไป และโลชั่นที่บางกว่าก็ไม่ได้แปลว่าให้ความชุ่มชื้นน้อยกว่าในทุกกรณี ประสิทธิภาพด้านความชุ่มชื้นขึ้นอยู่กับสูตรทั้งหมด รวมถึงชนิดและปริมาณของสารดึงความชุ่มชื้น สารทำให้ผิวนุ่ม และสารที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำ

ผลิตภัณฑ์สองชิ้นอาจมีเนื้อสัมผัสต่างกันมาก แต่ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นใกล้เคียงกัน หรืออาจมีเนื้อคล้ายกันแต่ใช้ส่วนผสมต่างกันก็ได้

จึงไม่ควรใช้ความข้นเป็นตัวแทนคุณภาพของสูตรทั้งหมด

โลชั่นกับครีมทำงานกับผิวอย่างไร

ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นมักอาศัยการทำงานร่วมกันของส่วนผสมหลายกลุ่ม สารดึงความชุ่มชื้น เช่น กลีเซอรีน ช่วยดึงและจับน้ำไว้บริเวณผิวชั้นนอก

สารทำให้ผิวนุ่มเรียบช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างเซลล์ผิวและทำให้พื้นผิวรู้สึกเรียบขึ้น

ส่วนสารที่มีลักษณะเคลือบผิวช่วยลดการสูญเสียน้ำออกจากผิว

โลชั่นและครีมสามารถมีส่วนผสมทั้งสามกลุ่มนี้ได้เหมือนกัน เพียงแต่สัดส่วนและลักษณะทางกายภาพของสูตรอาจต่างกัน จึงให้สัมผัสหลังทาไม่เหมือนกัน

แล้วบอดี้บัตเตอร์ต่างจากครีมหรือไม่

บอดี้บัตเตอร์ (Body Butter) เป็นอีกคำหนึ่งที่มักใช้กับผลิตภัณฑ์ผิวกายที่มีเนื้อข้นหรือมีสัดส่วนของน้ำมัน ไข หรือบัตเตอร์จากพืชค่อนข้างมาก บางสูตรแทบไม่มีน้ำ ขณะที่บางสูตรก็เป็นอิมัลชันคล้ายครีมทั่วไป

เช่นเดียวกับคำว่า Lotion และ Cream คำว่า Body Butter ไม่ได้มีความหมายตายตัวที่ใช้แบ่งสูตรทั้งหมดในตลาดได้อย่างแม่นยำ

จึงควรมองชื่อเหล่านี้เป็นคำอธิบายเนื้อสัมผัสและการวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์มากกว่าจะเป็นหมวดทางวิทยาศาสตร์ที่มีเส้นแบ่งชัดเจน

ผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่าโลชั่นอาจมีน้ำมันได้หรือไม่

มีได้ ความเข้าใจที่ว่าโลชั่นคือน้ำ ส่วนครีมคือน้ำมัน เป็นการแบ่งที่ง่ายเกินไป

โลชั่นจำนวนมากเป็นอิมัลชันที่มีทั้งน้ำและส่วนประกอบที่เป็นน้ำมัน เพียงแต่สูตรถูกออกแบบให้มีความหนืดและสัมผัสเบากว่า

ครีมก็มีน้ำเป็นส่วนประกอบได้มากเช่นกัน จึงไม่ควรใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ทำนายสูตรทั้งหมดโดยไม่ดูรายการส่วนผสม

คำว่าโลชั่นในผลิตภัณฑ์บางประเทศอาจหมายถึงอย่างอื่น

คำว่า Lotion ไม่ได้ถูกใช้เหมือนกันทุกตลาด ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากบางประเทศ คำว่า Lotion อาจหมายถึงผลิตภัณฑ์เนื้อเหลวใกล้เคียงโทนเนอร์ ไม่ใช่มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวกาย

ดังนั้นเมื่อพูดถึง “โลชั่นผิวกาย” ในที่นี้ จึงหมายถึง Body Lotion ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นสำหรับผิวกาย ไม่ใช่การอธิบายผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่มีคำว่า Lotion อยู่บนฉลาก

สรุป

โลชั่นผิวกายและครีมผิวกายมีหน้าที่พื้นฐานใกล้กัน คือช่วยดูแลความชุ่มชื้นและทำให้ผิวรู้สึกนุ่มขึ้น โดยทั่วไปโลชั่นมีเนื้อเบาและไหลง่ายกว่า ขณะที่ครีมมีเนื้อข้นและให้ความรู้สึกเคลือบผิวมากกว่า แต่ความแตกต่างนี้ไม่มีเส้นแบ่งตายตัว

ชื่อ Lotion หรือ Cream จึงช่วยบอกภาพรวมของเนื้อผลิตภัณฑ์ได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถใช้ตัดสินคุณภาพ ความเข้มข้น หรือประสิทธิภาพของสูตรทั้งหมดได้