SLS กับ SLES คืออะไร

ภาพกราฟิกประกอบบทความ SLS กับ SLES คืออะไร
เนื้อหาในบทความนี้
  1. สารลดแรงตึงผิวคืออะไร
  2. SLS คืออะไร
  3. แล้ว SLES คืออะไร
  4. ทำไมชื่อสองตัวนี้ถึงถูกพูดถึงในแง่ลบบ่อย
  5. ฟองเยอะหมายความว่าล้างแรงกว่าหรือไม่
  6. การเห็น SLS หรือ SLES บนฉลากบอกได้แค่ไหน

สารลดแรงตึงผิวคืออะไร

น้ำกับน้ำมันแยกออกจากกันตามธรรมชาติ แต่สิ่งสกปรกบนผิวจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้องกับน้ำมันผิว เครื่องสำอาง หรือสารที่น้ำอย่างเดียวชะออกได้ไม่ดี

สารลดแรงตึงผิวจึงเป็นส่วนสำคัญของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เพราะโมเลกุลของสารกลุ่มนี้มีส่วนที่เข้ากับน้ำและส่วนที่เข้ากับน้ำมัน เมื่ออยู่ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจึงช่วยให้คราบน้ำมันกระจายตัวในน้ำและถูกชะออกได้ง่ายขึ้น

SLS และ SLES เป็นสารลดแรงตึงผิวประเภทหนึ่ง แต่โลกของสารทำความสะอาดมีอีกหลายกลุ่ม ไม่ได้มีเพียงสองตัวนี้

SLS คืออะไร

SLS หรือ Sodium Lauryl Sulfate เป็นสารลดแรงตึงผิวที่มีความสามารถในการทำความสะอาดและสร้างฟองได้ดี จึงถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหลายประเภทมานาน

เหตุผลที่ SLS ถูกพูดถึงบ่อยในวงการสกินแคร์คือ สารทำความสะอาดที่ชะล้างไขมันได้ดีอาจทำให้ผิวบางคนรู้สึกแห้ง ตึง หรือระคายเคืองได้ โดยเฉพาะเมื่อมองในบริบทของสูตรที่มีพลังการทำความสะอาดค่อนข้างสูง

อย่างไรก็ตาม การบอกว่า “มี SLS เท่ากับผลิตภัณฑ์ไม่ดี” เป็นการสรุปจากชื่อส่วนผสมเพียงตัวเดียวมากเกินไป เพราะประสบการณ์หลังใช้ขึ้นอยู่กับสูตรทั้งหมดด้วย

แล้ว SLES คืออะไร

SLES หรือ Sodium Laureth Sulfate เป็นสารลดแรงตึงผิวอีกชนิดหนึ่ง ชื่อคล้าย SLS มากจึงมักถูกเข้าใจว่าเป็นสารตัวเดียวกัน แต่โครงสร้างของทั้งสองต่างกัน

โดยทั่วไป SLES ถูกพัฒนาผ่านกระบวนการที่ทำให้คุณสมบัติของสารต่างจาก SLS และในหลายสูตรสามารถให้การทำความสะอาดพร้อมกับความรู้สึกที่อ่อนโยนกว่า SLS ได้

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่า SLES จะไม่สามารถทำให้เกิดความแห้งหรือระคายเคืองได้เลย เพราะความรู้สึกหลังใช้ยังเกี่ยวกับปริมาณสารทำความสะอาดชนิดอื่น ส่วนผสมร่วม ค่า pH ของสูตร และลักษณะของผลิตภัณฑ์โดยรวม

ทำไมชื่อสองตัวนี้ถึงถูกพูดถึงในแง่ลบบ่อย

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมีหน้าที่นำไขมันและสิ่งสกปรกออกจากผิว หากระบบทำความสะอาดมีประสิทธิภาพสูงเกินกว่าที่ผิวบางคนรู้สึกสบาย อาจเกิดความรู้สึกตึง แห้ง หรือระคายเคืองหลังล้างได้

SLS มีประวัติถูกนำมาใช้เป็นสารตัวอย่างในการศึกษาการระคายเคืองของผิว จึงทำให้ชื่อ SLS ถูกพูดถึงในเชิงลบค่อนข้างมาก

แต่การนำข้อมูลนี้ไปสรุปว่า SLS เป็น “สารพิษ” หรือเป็นส่วนผสมที่ต้องหลีกเลี่ยงในทุกผลิตภัณฑ์ไม่ใช่การตีความที่เหมาะสม เพราะความระคายเคืองกับความเป็นพิษไม่ใช่เรื่องเดียวกัน และการสัมผัสสารในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไม่ได้เท่ากับการศึกษาสารเดี่ยวภายใต้เงื่อนไขอื่น

ฟองเยอะหมายความว่าล้างแรงกว่าหรือไม่

ไม่จำเป็น

ฟองเป็นคุณสมบัติหนึ่งของระบบสารลดแรงตึงผิวและมีผลต่อประสบการณ์ขณะใช้ แต่ปริมาณฟองไม่ได้เป็นมาตรวัดตรง ๆ ว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดได้แรงเพียงใดหรือทำลายผิวมากเพียงใด

ผลิตภัณฑ์ที่ฟองมากอาจถูกออกแบบให้มีสารหลายชนิดช่วยปรับความรู้สึกหลังล้าง ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่แทบไม่มีฟองก็ไม่ได้หมายความว่าจะอ่อนโยนกับทุกคนเสมอไป

จึงไม่ควรใช้ “ฟองเยอะ” หรือ “ไม่มีฟอง” เป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสินผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

การเห็น SLS หรือ SLES บนฉลากบอกได้แค่ไหน

มันบอกได้ว่าผลิตภัณฑ์มีสารทำความสะอาดชนิดนั้นอยู่ แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับการตัดสินว่าผลิตภัณฑ์ทั้งสูตรจะแรงหรืออ่อนโยนกับผิวเพียงใด

สูตรทำความสะอาดหนึ่งสูตรสามารถมีสารลดแรงตึงผิวหลายชนิดร่วมกันเพื่อปรับประสิทธิภาพการล้าง ฟอง ความหนืด และความรู้สึกหลังใช้ นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมอื่นที่ช่วยให้ผิวรู้สึกนุ่มขึ้นหลังล้าง

ดังนั้นการอ่านฉลากแล้วพบ SLS หรือ SLES ควรถือว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับระบบทำความสะอาด ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้ายว่าผลิตภัณฑ์ดีหรือไม่ดี

โดยสรุป SLS หรือ Sodium Lauryl Sulfate และ SLES หรือ Sodium Laureth Sulfate เป็นสารลดแรงตึงผิวที่ใช้ช่วยทำความสะอาด แต่เป็นสารคนละตัวกัน SLS มักถูกพูดถึงเรื่องความสามารถในการทำความสะอาดและโอกาสทำให้ผิวรู้สึกแห้งหรือระคายเคือง ขณะที่ SLES มีโครงสร้างและคุณสมบัติต่างออกไป การมีสารใดสารหนึ่งในสูตรไม่ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์ “เลว” โดยอัตโนมัติ เพราะความอ่อนโยนและประสบการณ์หลังใช้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปทั้งสูตร