เนื้อหาในบทความนี้
เวลาพูดถึง “ประเภทผิว” ในเรื่องสกินแคร์ คนส่วนมากหมายถึงลักษณะผิวหน้า เพราะหน้าผาก จมูก คาง และแก้มอาจให้ความรู้สึกต่างกันชัดเจน ผิวบริเวณอื่นของร่างกายอาจไม่เหมือนผิวหน้า และแม้บนใบหน้าเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกจุด
ผิวธรรมดาเป็นอย่างไร
ผิวธรรมดา (normal skin) เป็นคำเรียกผิวที่โดยรวมไม่มันมากหรือแห้งตึงเด่นชัด ผิวอาจมีน้ำมันอยู่บ้างตามธรรมชาติ และอาจแห้งขึ้นในบางวันได้ คำว่า “ธรรมดา” จึงไม่ได้หมายถึงผิวที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีรูขุมขน ไม่มีสิว หรือไม่เคยระคายเคือง
ลองนึกถึงคนที่ล้างหน้าแล้วผิวไม่ได้ตึงชัดเจน และระหว่างวันไม่ได้รู้สึกว่าหน้ามันทั่วใบหน้ามากนัก ลักษณะเช่นนี้อาจถูกจัดอยู่ในกลุ่มผิวธรรมดา แต่การมองกระจกครั้งเดียวไม่พอจะติดป้ายประเภทผิวอย่างแน่นอน เพราะสภาพผิวเปลี่ยนไปตามวันและสภาพแวดล้อมได้
ผิวมันเป็นอย่างไร
ผิวมัน (oily skin) คือผิวที่มีความมันให้เห็นหรือสัมผัสได้ค่อนข้างชัด โดยเฉพาะเมื่อผ่านไปช่วงหนึ่งของวัน ใบหน้าอาจดูเงาในหลายบริเวณ น้ำมันตามธรรมชาติบนผิวเรียกว่า ซีบัม (sebum) สร้างจากต่อมไขมันและมีบทบาทช่วยเคลือบผิว การมีน้ำมันบนผิวจึงเป็นเรื่องปกติ ส่วนคำว่า “ผิวมัน” ใช้เมื่อความมันเด่นกว่าลักษณะอื่นที่สังเกตได้
หน้ามันไม่ได้หมายความว่าผิวสกปรก และไม่ได้แปลว่าต้องเป็นสิวทุกคน บางคนมีความมันเพิ่มขึ้นในอากาศร้อนหรือช่วงที่ร่างกายเปลี่ยนแปลง การมีสิวร่วมด้วยหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากหน้าดูมัน แต่หลังล้างหน้ากลับรู้สึกตึงหรือแสบ ก็ไม่ควรใช้คำว่า “มัน” เพียงคำเดียวอธิบายความรู้สึกทั้งหมดของผิว
ผิวแห้งเป็นอย่างไร
ผิวแห้ง (dry skin) มักรู้สึกตึง สาก หรือขาดความนุ่ม โดยอาจเห็นขุยหรือผิวดูไม่เรียบในบางช่วง ความแห้งเกี่ยวข้องกับผิวชั้นนอกที่เก็บความชุ่มชื้นได้ไม่ดีพอ และอาจเห็นเด่นขึ้นเมื่ออากาศแห้งหรือผิวสัมผัสสิ่งที่ทำให้ระคายเคือง ความแห้งไม่จำเป็นต้องเท่ากันทั้งใบหน้า
คำว่า “ผิวแห้ง” ในที่นี้เป็นการพูดถึงลักษณะผิวโดยรวม ไม่ใช่คำเดียวกับ “ผิวขาดน้ำ” ซึ่งมักใช้พูดถึงสภาพผิวที่มีน้ำไม่เพียงพอในช่วงหนึ่ง คนผิวมันก็อาจรู้สึกขาดความชุ่มชื้นได้เช่นกัน ความต่างของสองคำนี้มีหน้าของตัวเอง จึงยังไม่ต้องใช้ความรู้สึกตึงเพียงอย่างเดียวตัดสินว่าตนมีผิวแห้งเป็นประเภทผิว
ผิวผสมเป็นอย่างไร
ผิวผสม (combination skin) คือใบหน้าที่มีลักษณะมันและแห้งหรือธรรมดาอยู่คนละบริเวณ ตัวอย่างที่พบบ่อยคือบริเวณรูปตัวที ได้แก่ หน้าผาก จมูก และคาง ดูมันกว่าแก้ม ขณะที่แก้มอาจรู้สึกปกติหรือแห้งกว่า แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีผิวผสมจะมีรูปแบบเดียวกัน
หากจมูกเงาในช่วงบ่าย แต่แก้มรู้สึกตึงหลังล้างหน้า การเรียกภาพรวมว่า “ผิวผสม” อาจช่วยอธิบายได้มากกว่าการบังคับเลือกว่าผิวทั้งหน้าเป็นมันหรือแห้งอย่างเดียว ลักษณะต่างบริเวณเช่นนี้ไม่ใช่ความผิดปกติ และไม่จำเป็นต้องพยายามทำให้ทุกจุดบนใบหน้ารู้สึกเหมือนกัน
ประเภทผิวเปลี่ยนได้ไหม
เปลี่ยนได้ในแง่ที่ ลักษณะที่สังเกตอาจไม่เหมือนเดิมทุกวันหรือทุกช่วงชีวิต อากาศ ความชื้น อายุ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และสิ่งที่สัมผัสผิวอาจทำให้วันหนึ่งดูมันกว่าอีกวันหรือรู้สึกแห้งขึ้น การอยู่ในห้องปรับอากาศนาน ๆ ก็อาจทำให้รู้สึกต่างจากวันที่อยู่ในอากาศชื้น
จึงควรดูแนวโน้มที่เกิดบ่อย มากกว่าตัดสินจากภาพหลังเพิ่งล้างหน้า ออกกำลังกาย หรืออยู่กลางแดดเป็นเวลานาน หากช่วงหนึ่งผิวเปลี่ยนไปมาก ก็อธิบายตามสิ่งที่เห็นในช่วงนั้นได้ ไม่ต้องยึดป้ายเดิมไปตลอด และไม่จำเป็นต้องจัดตัวเองให้ตรงกับคำอธิบายทุกข้อ
ประเภทผิวตอบคำถามกว้าง ๆ ว่า ผิวมักมัน แห้ง หรือแตกต่างกันตามบริเวณอย่างไร แต่ไม่ได้บอกว่าผิวแข็งแรงเพียงใดหรืออาการคัน แสบ แดง เกิดจากอะไร หากมีอาการที่รุนแรง เป็นต่อเนื่อง หรือผิดไปจากปกติมาก การบอกว่าตนเป็นคนผิวมันหรือผิวแห้งไม่ใช่คำตอบแทนการตรวจหาสาเหตุ
