เนื้อหาในบทความนี้
สารสกัดชาเขียวไม่ได้เป็นสารเคมีตัวเดียว แต่เป็นสารสกัดที่มีองค์ประกอบหลายชนิด และองค์ประกอบจริงสามารถแตกต่างกันตามส่วนของพืช วิธีสกัด การแปรรูป และมาตรฐานของวัตถุดิบ
ทำไมชาเขียวจึงถูกพูดถึงเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ
ในผิวสามารถเกิดอนุมูลอิสระจากกระบวนการตามธรรมชาติและจากปัจจัยภายนอก เช่น รังสี UV และมลภาวะ เมื่อมีอนุมูลอิสระมากกว่าระบบของร่างกายจะจัดการได้ อาจเกิดภาวะที่เรียกว่าความเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress)
สารจากชาเขียวหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่มโพลีฟีนอลและคาเทชิน สามารถทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ จึงเป็นเหตุผลที่ Green Tea Extract ถูกนำไปศึกษาและใช้ในเครื่องสำอางด้านนี้
อย่างไรก็ตาม คำว่า “สารต้านอนุมูลอิสระ” ไม่ได้หมายความว่าสารสกัดชาเขียวสามารถทำหน้าที่แทนครีมกันแดด
สารต้านอนุมูลอิสระและสารกรองรังสี UV มีหน้าที่ต่างกัน การมี Green Tea Extract อยู่ในผลิตภัณฑ์จึงไม่ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นกลายเป็นกันแดดหรือมีค่า SPF
EGCG คืออะไรและเกี่ยวข้องกับชาเขียวอย่างไร
เวลาพูดถึงสารสกัดชาเขียว อาจพบชื่อ EGCG หรือ Epigallocatechin Gallate อยู่บ่อยครั้ง
EGCG เป็นหนึ่งในสารกลุ่มคาเทชินที่พบในชาเขียว และได้รับการศึกษาค่อนข้างมากในเรื่องคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและการตอบสนองของผิวต่อปัจจัยต่าง ๆ
แต่ Green Tea Extract ไม่ได้มีเพียง EGCG ตัวเดียว การเห็นคำว่า Green Tea Extract บนฉลากจึงไม่ได้บอกปริมาณ EGCG ที่แน่นอน และผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดชาเขียวสองสูตรอาจมีองค์ประกอบต่างกันมาก
Green Tea Extract ถูกพูดถึงเรื่องอะไรอีก
นอกจากเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ สารสกัดชาเขียวยังถูกศึกษาในบริบทของความแดง ความมัน และการตอบสนองต่อการระคายเคืองของผิว
ด้วยเหตุนี้ ในตลาดสกินแคร์จึงมักเห็น Green Tea Extract อยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ถ้อยคำเกี่ยวกับความสบายผิว ผิวที่มีแนวโน้มมัน หรือผิวที่เผชิญปัจจัยแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม การมีงานศึกษากับสารสกัดชาเขียวหรือสารบางตัวที่พบในชาเขียว ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่มีชื่อ Green Tea Extract จะให้ผลแบบเดียวกับงานวิจัยนั้น
ชนิดของสารสกัด ปริมาณ ความคงตัว และสูตรผลิตภัณฑ์มีความสำคัญ
สารสกัดชาเขียวไม่เหมือนกับการดื่มชาเขียว
Green Tea Extract ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ทาผิวกับชาเขียวที่ใช้เป็นเครื่องดื่มอยู่ในบริบทต่างกัน
ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต้องคำนึงถึงการสกัด ความคงตัว การเก็บรักษา ระบบสูตร และความเหมาะสมสำหรับการสัมผัสผิว จึงไม่ควรนำข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของการดื่มชาเขียวมาใช้สรุปประสิทธิภาพของเครื่องสำอางโดยตรง
ในทางกลับกัน งานวิจัยที่ศึกษา Green Tea Extract บนผิวก็ไม่ได้หมายความว่าการดื่มชาเขียวจะให้ผลต่อผิวแบบเดียวกัน
สารจากธรรมชาติไม่ได้แปลว่าจะไม่ระคายเคือง
ชาเขียวเป็นวัตถุดิบจากพืช แต่คำว่า “ธรรมชาติ” ไม่ได้รับประกันว่าส่วนผสมนั้นจะเหมาะกับทุกคน
สารสกัดจากพืชมีองค์ประกอบหลายชนิด และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปยังมีส่วนผสมอื่นอีกจำนวนมาก หากมีอาการระคายเคืองหรือแพ้ก็ไม่สามารถตัดสินจากชื่อ Green Tea Extract เพียงอย่างเดียวว่าส่วนประกอบใดเป็นสาเหตุ
ในทางเดียวกัน การมี Green Tea Extract ก็ไม่ได้ทำให้สูตรทั้งหมดอ่อนโยนโดยอัตโนมัติ
สีหรือกลิ่นของผลิตภัณฑ์ไม่ได้บอกปริมาณชาเขียว
ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดชาเขียวไม่จำเป็นต้องมีสีเขียว และผลิตภัณฑ์สีเขียวก็ไม่ได้หมายความว่ามีสารสกัดชาเขียวในปริมาณสูง
สีของผลิตภัณฑ์อาจมาจากสีที่เติม ส่วนผสมอื่น หรือสีของวัตถุดิบหลายชนิดร่วมกัน ส่วนกลิ่นก็อาจมาจากน้ำหอมหรือส่วนประกอบอื่น
ดังนั้นการดูรายการส่วนผสมจึงให้ข้อมูลมากกว่าการตัดสินจากสี กลิ่น หรือภาพใบชาบนบรรจุภัณฑ์
สรุป
Green Tea Extract หรือสารสกัดชาเขียวเป็นส่วนผสมจากพืช Camellia sinensis ที่นิยมใช้ในสกินแคร์ โดยคนมักพูดถึงมากที่สุดในเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากชาเขียวมีสารกลุ่มโพลีฟีนอลและคาเทชินหลายชนิด
สารสกัดชาเขียวยังถูกศึกษาในบริบทอื่น เช่น ความสบายผิว ความแดง และน้ำมันผิว แต่ผลที่ได้จากผลิตภัณฑ์จริงขึ้นอยู่กับชนิดของสารสกัด ความคงตัว และสูตรโดยรวม ไม่ควรสรุปจากคำว่า Green Tea Extract เพียงคำเดียว
และแม้สารสกัดชาเขียวจะมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ก็ไม่ได้ทำหน้าที่แทนสารกรอง UV หรือครีมกันแดด
