AHA และ BHA คืออะไร

ภาพกราฟิกประกอบบทความ AHA และ BHA คืออะไร
เนื้อหาในบทความนี้
  1. AHA พูดถึงอะไร
  2. BHA ต่างจาก AHA อย่างไร
  3. การผลัดผิวมีข้อควรเข้าใจอะไรบ้าง

คำว่า “กรด” อาจทำให้รู้สึกน่ากลัว แต่ในสกินแคร์มีส่วนผสมหลายชนิดที่มีคำว่ากรดและทำหน้าที่ต่างกัน กรดไฮยาลูโรนิก ที่พูดถึงความชุ่มชื้นจึงไม่ใช่กรดผลัดผิวแบบ AHA หรือ BHA การดูชื่อเต็มของสารช่วยแยกหน้าที่ได้ดีกว่าการเห็นคำว่ากรดแล้วเหมารวม

AHA พูดถึงอะไร

AHA เป็นชื่อของกรดหลายชนิด ตัวอย่างที่มักพบคือ กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) และ กรดแลกติก (Lactic Acid) ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว มักพูดถึงการช่วยให้เซลล์ผิวด้านนอกที่พร้อมหลุดผลัดออกง่ายขึ้น จึงมีคำอธิบายตามมาว่าผิวดูเรียบขึ้นหรือความหมองของผิวด้านนอกดูลดลง

การผลัดผิวไม่ได้หมายถึงการลอกผิวเป็นแผ่นเสมอไป ผิวมีการผลัดเซลล์อยู่แล้วตามธรรมชาติ ส่วนผสมกลุ่มนี้ถูกใช้เพื่อส่งผลต่อกระบวนการที่ผิวชั้นนอก แต่ไม่ได้แปลว่าจะทำให้ผิวใหม่เกิดทันที หรือแก้รอยและความไม่สม่ำเสมอทุกชนิดได้เหมือนกันหมด ความรู้สึกและผลที่สังเกตได้ต่างกันตามสารที่ใช้ สูตร และสภาพผิว

BHA ต่างจาก AHA อย่างไร

ในภาษาสกินแคร์ คำว่า BHA มักใช้เรียก กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) คนจึงพบคำนี้เมื่ออ่านเรื่องผิวมันและบริเวณรูขุมขน สารนี้ละลายในน้ำมันได้ จึงถูกพูดถึงในบริบทที่ต่างจาก AHA ซึ่งมักอธิบายผลบนผิวชั้นนอกเป็นหลัก แต่ความต่างนี้เป็นภาพจำแบบกว้าง ๆ ไม่ใช่ข้อสรุปว่า AHA ทำงานได้เฉพาะผิวแห้ง หรือ BHA ใช้ได้เฉพาะคนผิวมัน

รายละเอียดทางเคมีมีข้อสังเกตหนึ่ง: แม้ตลาดสกินแคร์จะจัดกรดซาลิไซลิกไว้ในคำว่า BHA บ่อย แต่ในทางเคมีไม่ได้จัดเป็น BHA ตามนิยามที่เคร่งครัดทุกกรณี สำหรับคนอ่านฉลาก จุดสำคัญคือรู้ว่ากำลังพูดถึง กรดซาลิไซลิก มากกว่ายึดว่าตัวย่อ BHA บอกคุณสมบัติทั้งหมดของสูตร

บางคนจึงสรุปสั้น ๆ ว่า “AHA ทำงานบนผิว ส่วน BHA ลงรูขุมขน” ประโยคนี้ช่วยจำได้คร่าว ๆ แต่ทำให้เข้าใจเกินไปได้ ทั้งสองเกี่ยวข้องกับผิวด้านนอก และการทำงานจริงไม่ได้แยกเป็นสองช่องเด็ดขาด ขนาดความเปลี่ยนแปลงที่เห็นยังขึ้นกับสูตรผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ตัวอักษร A หรือ B บนหน้ากล่องเท่านั้น

การผลัดผิวมีข้อควรเข้าใจอะไรบ้าง

เมื่อผิวรู้สึกแสบ ตึง หรือแดงหลังใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดผิว นั่นไม่ใช่หลักฐานว่าผลิตภัณฑ์ “กำลังทำงานได้ดี” เสมอไป การระคายเคืองเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ และผิวแต่ละคนตอบสนองไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อผิวกำลังแห้งหรือรู้สึกไวต่อสิ่งกระตุ้นอยู่แล้ว หากระคายเคืองมากหรือไม่หาย ควรหยุดใช้และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

เรื่องแสงแดดก็เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ ระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่มี AHA บางชนิดอาจเพิ่มความไวของผิวต่อแสงแดดและโอกาสผิวไหม้แดด การปกป้องผิวจากแดดจึงเป็นเรื่องที่ควรนึกถึงเมื่ออ่านฉลากผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ ข้อสังเกตนี้ไม่ได้หมายความว่า BHA ใช้แล้วไม่ต้องสนใจแดด หรือว่าการผลัดผิวใช้แทนการดูแลปัญหาผิวทุกชนิดได้

หากเห็นทั้งสองคำอยู่ในผลิตภัณฑ์เดียวกัน ก็ยังบอกไม่ได้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นแรงเป็นสองเท่า เช่นเดียวกับการเห็น AHA หรือ BHA เพียงคำเดียวก็ไม่ได้บอกว่าจะอ่อนโยนเสมอ ลักษณะผลิตภัณฑ์และส่วนผสมอื่นมีผลต่อประสบการณ์ใช้ด้วย อ่านชื่อส่วนผสมเพื่อรู้ว่าผู้ผลิตเลือกใส่อะไร แล้วมองผลิตภัณฑ์เป็นสูตรทั้งชิ้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. FDA: Alpha Hydroxy Acids
  2. FDA: Beta Hydroxy Acids
  3. FDA: คำเตือนเรื่องความไวต่อแดดของ AHA